ผู้ป่วยโรคไตกินอะไรได้บ้าง

ผู้ป่วยโรคไตกินอะไรได้บ้าง?

คำถามที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและครอบครัวถามบ่อยที่สุดคือ “กินอะไรได้บ้าง” คำตอบคือ อาหารที่เหมาะสมจะช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ลดภาระของไต และทำให้รู้สึกสบายตัวตลอดการรักษา อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงเข้าใจหลักการเรื่องโปรตีน โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และการจำกัดน้ำ ก็สามารถวางแผนมื้ออาหารได้อย่างมีความสุข

ทำไมผู้ป่วยโรคไตถึงต้องควบคุมอาหาร

การปรับพฤติกรรมการกินคือสิ่งสำคัญที่สุดในการยืดอายุไตและชะลอไม่ให้โรคพัฒนาไปสู่ระยะรุนแรง เพราะหากปล่อยปละละเลย จะทำให้ของเสียคั่งจนไตทำงานหนัก ส่งผลให้เกิดอาการตัวบวม วูบหมดสติ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องเลือกทานอาหารอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการจำกัดปริมาณโปรตีนรวมถึงแร่ธาตุ 3 ชนิดหลัก ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส เพื่อลดภาระการกรองของเสีย และช่วยประคับประคองให้ไตทำงานได้อย่างสมดุลที่สุด

โภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไต

หลักโภชนาการสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคไต

โปรตีน

เมื่อเริ่มบำบัดทดแทนไต ร่างกายมักต้องการโปรตีนมากกว่าเดิม เพราะการฟอกเลือดและการล้างไตทางช่องท้องทำให้สูญเสียโปรตีน ควรเลือกโปรตีนคุณภาพดีและสดใหม่ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เนื้อไม่ติดมัน และเต้าหู้ และควรเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปหรือหมักดองที่มีโซเดียมสูง

โซเดียม

ผู้ป่วยควรจำกัดโซเดียมไม่เกินประมาณ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะเมื่อไตขับโซเดียมและน้ำได้ไม่ดี จะทำให้ความดันโลหิตสูง บวม และกระหายน้ำมากขึ้น ควรเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป และฟาสต์ฟู้ด แล้วหันมาปรุงเองที่บ้านโดยใช้สมุนไพรและเครื่องเทศแทนเกลือ

โพแทสเซียม

โพแทสเซียมที่มากเกินไปอาจกระทบต่อการเต้นของหัวใจ ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดมักต้องจำกัดโพแทสเซียมมากกว่าผู้ที่ล้างไตทางช่องท้อง ผลไม้และผักบางชนิดมีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม มะเขือเทศ มันฝรั่ง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเรื่องปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง

ฟอสฟอรัส

ฟอสฟอรัสที่คั่งในเลือดเพิ่มความเสี่ยงต่อกระดูกและหลอดเลือด ควรจำกัดอยู่ราว 800–1,000 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงได้แก่ นม ชีส โยเกิร์ต เนื้อแปรรูป ช็อกโกแลต ถั่ว และน้ำอัดลมสีเข้ม จึงควรบริโภคอย่างระมัดระวัง

แคลเซียม

ไม่ว่าคุณได้รับการล้างไตทางช่องท้องหรือฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับจากอาหารไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากได้รับแคลเซียมเข้ามาในร่างกายมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อการมีหินปูนเกาะตามหลอดเลือด

ไฟเบอร์

ไฟเบอร์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมโคเลสเตอรอลและรักษาสุขภาพของลำไส้ ควรรับประทานไฟเบอร์ 20 ถึง 25 กรัมในแต่ละวันและควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยผักผลไม้และธัญพืชที่มีฟอสฟอรัสต่ำ

สมดุลของของเหลว

ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดมักต้องจำกัดน้ำมากกว่าผู้ที่ล้างไตทางช่องท้อง เพราะได้รับการรักษาน้อยครั้งกว่า การลดโซเดียมและวางแผนการดื่มน้ำล่วงหน้าจะช่วยควบคุมปริมาณของเหลวได้ดีขึ้น อย่าลืมนับของเหลวที่มาจากอาหารด้วย เช่น ซุป แตงโม และผลไม้ฉ่ำน้ำ

แนะนำ 6 ตัวอย่างเมนูอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ

1. ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ

ใช้เต้าหู้ขาวอ่อนและหมูสับไม่ติดมันเล็กน้อย เคล็ดลับคือให้ลวกผักกาดขาวในน้ำร้อนทิ้งก่อนหนึ่งรอบเพื่อลดโพแทสเซียม แล้วค่อยนำมาต้มน้ำแกงใส

ไข่ขาวต้มทรงเครื่อง

2. ไข่ขาวต้มทรงเครื่อง

ใช้ไข่ขาวล้วน (เลี่ยงไข่แดงเพื่อคุมฟอสฟอรัส) นำไปนึ่งหรือต้ม หั่นเต๋าแล้วผัดใส่หอมใหญ่และแครอท ปรุงรสอ่อนๆ

ปลากะพงนึ่งมะนาว

3. ปลากะพงนึ่งมะนาว

ปลากะพงให้โปรตีนย่อยง่าย ชูรสชาติด้วยน้ำมะนาว พริก และกระเทียมสด แทนการใส่ซีอิ๊วหรือน้ำปลาปริมาณมาก

อกไก่ผัดขิงสด

4. อกไก่ผัดขิงสด

เนื้ออกไก่ล้วนไม่ติดหนัง ผัดใส่ขิงซอยและเห็ดหูหนู ขิงช่วยเพิ่มกลิ่นหอมชวนกินโดยไม่ต้องพึ่งผงชูรส

วุ้นเส้นผัดไข่ขาวใส่กะหล่ำปลี

5. วุ้นเส้นผัดไข่ขาวใส่กะหล่ำปลี

วุ้นเส้นเป็นแป้งปลอดโปรตีน (แป้งแซม) ช่วยเพิ่มพลังงาน ผัดใส่ไข่ขาวและกะหล่ำปลีซึ่งเป็นผักโพแทสเซียมต่ำ

ผัดบวบใส่ไข่ขาว

6. ผัดบวบใส่ไข่ขาว

บวบสี่เหลี่ยมหรือบวบหอมเป็นผักโพแทสเซียมต่ำ ผัดกับไข่ขาว โรยกระเทียมเจียวเล็กน้อย อร่อยและย่อยง่าย

อาหารที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารโซเดียมสูงและอาหารสำเร็จรูป: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยว และอาหารกระป๋องทุกชนิด เพราะอาหารเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยโซเดียมและผงชูรสปริมาณมหาศาล ซึ่งจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้มากเกินไป ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการตัวบวม น้ำท่วมปอด และความดันโลหิตสูงจนเป็นอันตรายต่อหัวใจ
  • เนื้อสัตว์แปรรูป: งดรับประทานไส้กรอก แฮม เบอนะ เบคอน กุนเชียง หมูยอ และอาหารหมักดองทุกประเภท เนื่องจากมีสารกันบูด สารแต่งสี สารไนเตรต และโซเดียมแฝงอยู่สูงมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้สารพิษตกค้างในร่างกายแล้ว ยังสร้างกากของเสียที่ไตไม่สามารถขับออกได้ ทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม
  • อาหารและเครื่องดื่มฟอสฟอรัสสูง: หลีกเลี่ยงนมสด ชีส โยเกิร์ต ขนมเบเกอรี่ที่ใส่ผงฟู ไข่แดง ช็อคโกแลต รวมไปถึงน้ำอัดลมสีเข้มและเบียร์ แร่ธาตุฟอสฟอรัสที่สูงเกินไปในอาหารกลุ่มนี้จะขับออกไม่ได้ ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เกิดอาการคันตามผิวหนังอย่างรุนแรง และดึงแคลเซียมออกจากกระดูกจนทำให้กระดูกเปราะหักง่าย
  • ผักและผลไม้โพแทสเซียมสูง: จำกัดหรือหลีกเลี่ยงผักสีเข้มและผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน กล้วย ขนุน มะม่วงสุก แก้วมังกร มะเขือเทศ ฟักทอง และคะน้า โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่แพทย์สั่งควบคุมแร่ธาตุ เพราะหากร่างกายมีโพแทสเซียมสะสมในเลือดสูงเกินไป จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ทำให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

สามารถใช้ได้ สามารถใช้เกลือโพแทสเซียมทดแทนได้ แต่ต้องระมัดระวัง หากได้รับโพแทสเซียมมากเกินไปอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้ ควรปรึกษาแพทย์และนักโภชนาการ

ผงชูรสมีโซเดียมเป็นองค์ประกอบ หากใช้ต้องใช้ปริมาณน้อย และไม่ควรเพิ่มเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วอีก

การดื่มน้ำช่วยป้องกันโรคไตได้ แต่ต้องดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ แนะนำ 8 แก้วต่อวัน สำหรับผู้ป่วยโรคไตควรตวงปริมาณน้ำดื่มกับปัสสาวะ เพื่อไม่ให้บวมน้ำ

สามารถดื่มกาแฟได้ แต่ไม่ควรเพิ่มนม ครีมเทียม หรือกาแฟแบบ 3 in 1 เพราะจะเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัส

หากกินเยอะเกินไปอาจมีค่าไนโตรเจนยูเรียสูง ทำให้ไตทำงานหนัก ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม