การปลูกถ่ายไต Kidney Transplantation (KT)
การปลูกถ่ายไต คืออะไร?
การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) เป็นทางเลือกการรักษาที่ช่วยทดแทนการทำงานของไตได้อย่างมีประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่เหมาะสมโดยแพทย์จะผ่าตัดนำไตที่ยังทำงานได้ดีจากผู้บริจาค (ทั้งผู้เสียชีวิตหรือผู้มีชีวิต) มาใส่ในช่องท้องของผู้ป่วย ไตใหม่จะทำหน้าที่กรองของเสียแทนไตเดิมที่เสื่อมสภาพไป
ไตที่นำมาใช้ในการปลูกถ่าย มีกี่ประเภท
แหล่งที่มาของไตที่จะนำมาใช้ผ่าตัดปลูกถ่ายให้ผู้ป่วย มีอยู่ 2 ช่องทางหลักๆ ได้แก่
ไตจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต
เป็นการรับบริจาคไต 1 ข้างจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตามกฎหมายไทยกำหนดไว้ว่าต้องเป็นญาติสายเลือดเดียวกัน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หรือเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างน้อย 3 ปี หรือมีบุตรด้วยกัน
ไตจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว
เป็นการรับบริจาคไตจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว โดยญาติต้องยินยอมส่งต่ออวัยวะเพื่อสร้างกุศลใหญ่ จึงจำเป็นต้องต่อคิวเพื่อรับไตจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต แพทย์จะช่วยแนะนำคุณเข้าสู่กระบวนการนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีองค์กรส่วนกลางที่บริหารจัดการกระบวนการนี้และช่วยแนะนำให้กับผู้ป่วย

การปลูกถ่ายไต มีโอกาสสำเร็จมากน้อยแค่ไหน?
จากรายงานของเครือข่ายการปลูกถ่ายและจัดหาอวัยวะแห่งชาติพบว่า การผ่าตัดปลูกถ่ายไตมีโอกาสประสบความสำเร็จที่สูงมาก โดยร่างกายผู้ป่วยสามารถยอมรับไตใหม่และทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งโอกาสสำเร็จจะแตกต่างกันไปตามประเภทของไตที่ได้รับบริจาค ดังนี้
กรณีรับไตจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต
- หลังผ่าตัดปีแรก: โอกาสสำเร็จสูงถึง 97%
- เมื่อผ่านไป 5 ปี: ไตยังคงทำงานได้ดีอยู่ที่ 86%
กรณีรับไตจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้ว
- หลังผ่าตัดปีแรก: โอกาสสำเร็จสูงไม่แพ้กันที่ 96%
- เมื่อผ่านไป 5 ปี: ไตยังคงทำงานได้ดีอยู่ที่ 79%
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการปลูกถ่ายไต
แม้ว่าการปลูกถ่ายไตจะช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องคอยล้างไตอยู่เป็นประจำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อยู่ โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ หลังปลูกถ่ายไต ดังนี้
- ร่างกายของเราอาจมองว่าไตใหม่เป็นสิ่งแปลกปลอมและพยายามต่อต้าน จึงจำเป็นต้องกินยากดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายปฏิเสธไตใหม่
- ในช่วงแรกๆ ไตที่ปลูกถ่ายอาจยังไม่ทำงานเต็มร้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยบางรายอาจยังต้องพึ่งพาการฟอกไตชั่วคราวไปก่อน จนกว่าไตใหม่จะพร้อมทำงาน
- แม้มีโอกาสเพียงเล็กน้อย แต่ไตที่ได้รับการปลูกถ่ายอาจล้มเหลวหรือหยุดทำงานกะทันหันได้ ซึ่งหากเกิดกรณีนี้ อาจต้องกลับเข้าสู่กระบวนการฟอกไตหรือเตรียมตัวเพื่อรับการเปลี่ยนไตใหม่อีกครั้ง
การปลูกถ่ายไต เหมาะกับผู้ป่วยประเภทไหน
แม้การปลูกถ่ายไตจะเป็นวิธีที่รักษาโรคไตได้ดี แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยไตวายทุกคนจะผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ทันที ผู้ป่วยที่เหมาะสมประกอบด้วย
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (ระยะที่ 5) หรือผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังที่ต้องบำบัดทดแทนไตแล้ว
- ร่างกายโดยรวมยังแข็งแรงพอ ที่จะรับการผ่าตัดใหญ่และดมยาสลบได้ โดยไม่มีโรคหัวใจรุนแรง หรือโรคมะเร็งที่ยังรักษาไม่หาย
- ไม่มีการติดเชื้อรุนแรงในร่างกาย และไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตที่อาจส่งผลต่อการดูแลตัวเอง
- มีความพร้อมและวินัยสูง ในการกินยาตรงเวลา และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลไตใหม่

การดูแลตัวเองหลังการปลูกถ่ายไต
หัวใจสำคัญของการดูแลตัวเองหลังการได้รับปลูกถ่ายไต คือการรักษาความสะอาดและสร้างวินัย เพื่อให้ไตใหม่ทำงานได้มีประสิทธิภาพและนานที่สุด โดยมีแนวทางดูแลตัวเอง ดังนี้
- ต้องรับประท่นยาให้ตรงเวลาเพื่อไม่ให้ร่างกายปฏิเสธไต และเนื่องจากเป็นยากลุ่มที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง ผู้ป่วยจึงควรรักษาความสะอาด เพื่อลดโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
- รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่สะอาดครบ 5 หมู่ เลี่ยงของดิบ ของหมักดอง คุมเค็ม คุมมัน เพื่อป้องกันความดันและไขมันสูง พร้อมกับดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- สามารถทำงานและไปเที่ยวได้ แต่ให้เลี่ยงงานหนักหักโหม เลือกสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย เดินทางสะดวก และอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล
- เฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนและมาตามนัด โดยไปพบแพทย์ตามทุกนัด การดูแลรักษาโรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้วให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือสงบ และสังเกตตัวเอง หากมีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะน้อยลง หรือแผลผ่าตัดบวมแดง ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
คำถามที่พบบ่อย
มีโอกาสปลูกถ่ายไตได้ ไม่ว่าจะฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง การปลูกถ่ายมี 2 แบบ คือจากผู้มีชีวิต (เครือญาติ) และจากผู้เสียชีวิต (สมองตาย)
แนะนำให้ปรึกษาโรงพยาบาลที่รับการรักษาเพื่อประเมินคิวรอเข้ารับการปลูกถ่ายไต
ทีมปลูกถ่ายอวัยวะจะมีการประเมินสุขภาพของผู้บริจาคและผู้รับบริจาคก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยสูงสุด หากปลูกถ่ายสำเร็จและไม่มีปัญหาแทรกซ้อน ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาแข็งแรง
สำหรับไตที่ได้รับการปลูกถ่าย โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับที่มาของไต และความเข้ากันได้ระหว่างไตที่รับบริจาคกับร่างกายของผู้ป่วย