การล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน

การล้างไตทางช่องท้อง Peritoneal Dialysis (PD)

การล้างไตทางช่องท้อง (PD) คืออะไร

การล้างไตทางช่องท้อง หรือ PD (Peritoneal Dialysis) เป็นหนึ่งในทางเลือกการบำบัดทดแทนไตสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โดยเป็นการล้างไตที่อาศัย “เยื่อบุช่องท้อง” (peritoneum) ซึ่งเป็นเยื่อบาง ๆ ที่หุ้มอวัยวะภายในช่องท้อง ทำหน้าที่เป็นตัวกรองตามธรรมชาติ โดยแพทย์จะใส่น้ำยาล้างไต (dialysate) เข้าไปในช่องท้องผ่านทางสายที่มีลักษณะเฉพาะ (Tenckhoff catheter) ซึ่งสายนี้ต้องทําการผ่าตัดฝังเข้าไปในช่องท้อง ของเสียและน้ำส่วนเกินในเลือดจะซึมผ่านเยื่อบุช่องท้องเข้าสู่น้ำยา จากนั้นจึงปล่อยน้ำยาที่มีของเสียออกและเติมน้ำยาใหม่เข้าไป กระบวนการนี้เรียกว่า “การแลกเปลี่ยนน้ำยา”

ข้อดีของการล้างไตทางช่องท้อง

  • ไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือดในทุกครั้งเหมือนการฟอกเลือด
  • ทำเองได้ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทาง ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย
  • ตารางชีวิตยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ที่อยู่ในวัยเรียน ยังทำงานหรือต้องเดินทาง
  • ควบคุมของเสียและน้ำได้ต่อเนื่อง จึงมีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่า
  • มักช่วยรักษาการทำงานของไตที่เหลืออยู่ได้นานขึ้น และข้อจำกัดด้านอาหารน้อยกว่าบางวิธี

การล้างไตทางหน้าท้อง มีกี่ประเภท

การล้างไตทางช่องท้องแบ่งออกเป็นสองแบบหลัก คือ การล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD) และการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD) โดยทั้งสองรูปแบบจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

1.การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD)

การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง หรือ CAPD (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis) คือ การล้างไตทางช่องท้องชนิดที่ทำด้วยมือ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาล้างไต จุดเด่นคือไม่ต้องใช้เครื่องล้างไต ทำได้เองในที่สะอาด ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำงาน หรือระหว่างเดินทาง จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวก และควบคุมการรักษาได้ด้วยตนเอง

ข้อดีของการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง (CAPD)

  • มีอิสระสูง เพราะอุปกรณ์พกพาสะดวก ทำได้หลายสถานที่
  • ไม่ต้องใช้เครื่องล้างไตและไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาล้างไตแต่ละรอบ
  • เป็นการบำบัดแบบต่อเนื่อง จึงควบคุมของเสียและน้ำได้สม่ำเสมอ มีผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจน้อย
  • มักใช้ยาและอาหารเสริมน้อยกว่าการฟอกเลือด
  • ข้อจำกัดด้านอาหารน้อยกว่า และช่วยขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้ดี

2.การล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD)

การล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ หรือ APD (Automated Peritoneal Dialysis) คือ การล้างไตทางช่องท้องที่ใช้เครื่องล้างไตอัตโนมัติ ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาแทนการเปลี่ยนด้วยมือ จุดเด่นคือเครื่องจะทำงานให้ในช่วงกลางคืนขณะที่ผู้ป่วยนอนหลับ ทำให้ตื่นเช้ามามีเวลาทั้งวันสำหรับทำงานและใช้ชีวิต

ข้อดีของการล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ (APD)

  • ลดจำนวนครั้งในการต่อ-ปลดสายล้างไตเหลือเพียงวันละครั้ง จึงช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโดยไม่ได้ตั้งใจของเยื่อบุช่องท้อง
  • ทำในขณะนอนหลับ ความดันในช่องท้องน้อยลง จึงรู้สึกสบายตัวกว่า
  • ช่วยกำจัดน้ำส่วนเกินได้ดีในผู้ป่วยบางราย ลดอาการบวม
  • มีเวลาว่างระหว่างวันมากขึ้น ผู้ป่วยจำนวนมากยังทำงานเต็มเวลาได้
  • เหมาะกับผู้ที่เรียน ทำงานประจำ หรือมีผู้ดูแลช่วยเตรียมความพร้อมของเครื่องให้ตอนกลางคืน

การล้างไตทางช่องท้อง มีวิธีการอย่างไร

การล้างไตทางช่องท้อง (PD) จะใส่น้ำยาล้างไต (หรือ dialysate) เข้าสู่ช่องท้องทางสายท่อล้างไต โดยแพทย์จะผ่าตัดสายที่มีลักษณะเฉพาะ (Tenckhoff catheter) นี้ฝังเข้าไปในช่องท้องก่อนเริ่มการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง จะมีการเติมน้ำยาและค้างน้ำยาไว้ในช่องท้อง 6-8 ชั่วโมงเพื่อกรองของเสียและของเหลวส่วนเกินออกจากเลือด เมื่อครบเวลาจะปล่อยน้ำยาที่มีของเสียและของเหลวส่วนเกินออกจากช่องท้องผ่านทางสายท่อล้างไต กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกว่าการแลกเปลี่ยนน้ำยา

การจัดห้องล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน

การเตรียมพื้นที่หรือห้องสำหรับล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของความสะอาด และปลอดเชื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้เหลือน้อยที่สุด โดยหลักเกณฑ์ในการจัดห้อง มีดังนี้

1. เลือกห้องที่มีประตูและหน้าต่างปิดสนิท อากาศถ่ายเทและไม่มีลมพัดผ่านรุนแรง เพื่อป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคปลิวเข้าสายล้างไตหรือบริเวณแผลที่หน้าท้อง

2. มีโต๊ะที่เช็ดทำความสะอาดง่าย สำหรับวางอุปกรณ์ล้างไต โดยต้องสามารถเช็ดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ได้ง่ายก่อนเริ่มทำทุกครั้ง

3. ควรมีถังขยะแบบมีฝาปิด แยกไว้ในห้องสำหรับทิ้งถุงน้ำยาและอุปกรณ์ที่ใช้แล้วทันที เพื่อรักษาความสะอาดของห้อง

4. ห้องควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ ให้ผู้ป่วยหรือญาติมองเห็นขั้นตอนการต่อสายยางได้อย่างชัดเจน รวมถึงสังเกตความผิดปกติของสีน้ำยาล้างไตได้อย่างแม่นยำ

5. แยกโซนสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน และห้ามล้างไตในห้องที่มีสัตว์เลี้ยง หรือปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาในบริเวณนั้นเด็ดขาด เพราะขนและเชื้อโรคจากสัตว์เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้อง

6. จัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบและแห้งสนิท เตรียมตู้หรือชั้นวางสำหรับเก็บน้ำยาล้างไตและอุปกรณ์สำรอง โดยต้องวางสูงจากพื้น ป้องกันไม่ให้โดนแสงแดดจัด และต้องห่างจากความชื้นเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา

นวัตกรรมการดูแลรักษาและติดตามผู้ป่วยทางไกล Remote Patient Manage (RPM)

เครื่องล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติบางเครื่องอาจมี ฟังก์ชันการดูแลรักษาและติดตามผู้ป่วยทางไกล (RPM) ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาของผู้ป่วยไว้และส่งไปยังแพทย์ผู้ดูแล โดยแพทย์จะสามารถตรวจสอบและติดตามการล้างไต ระบุภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อจัดการแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ และเปลี่ยนโปรแกรมเครื่องจากระยะไกลได้ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถล้างไตที่บ้านได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากพบปัญหาเกี่ยวกับการใช้เครื่องล้างไตอัตโนมัติ สามารถติดต่อ ศูนย์รวมความรู้ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง by PD VCARE
สายด่วน ปัญหาล้างไตที่บ้าน เบอร์โทร 02-460-9164


โทร
โทร

หรือสามารถศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจากวิดีโอด้านล่างนี้

มาลองทำแบบประเมินความพร้อมในการเลือกการรับการรักษาบำบัดทดแทนไต อ่านเพิ่มเติม

ล้างไตทางช่องท้อง ต่างกับการฟอกเลือดอย่างไร

สำหรับการล้างไตทางหน้าท้อง เป็นการที่เราให้น้ำยาล้างไตใส่ไปในช่องท้องตัวเอง เพื่อให้เยื่อบุช่องท้องช่วยกรองของเสียออก โดยสามารถทำเองได้ที่บ้านทุกวัน เหมาะกับคนที่อยากใช้ชีวิตอิสระ ชอบเดินทาง และไม่สะดวกไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมินและติดตามดูแลโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของวิธีการรักษาเป็นรายบุคคล

ในขณะที่ การฟอกเลือด จะเป็นการนำเลือดออกจากร่างกายไปฟอกผ่านเครื่องไตเทียมที่โรงพยาบาล เพื่อดักจับของเสียแล้วค่อยส่งเลือดสะอาดกลับคืนสู่ตัวเรา วิธีนี้ต้องเดินทางไปทำที่โรงพาบาลหรือศูนย์ไตเทียมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง โดยมีทีมแพทย์พยาบาลคอยดูแลให้ทั้งหมด เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกทำเองที่บ้าน

ล้างไตทางหน้าท้อง กับการฟอกเลือดต่างกันอย่างไร

สรุปรูปแบบการล้างไตในวิธีต่างๆ

รูปแบบล้างไตในวิธีต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

หากปฏิบัติตามวิธีการที่พยาบาลอบรมไว้ โอกาสติดเชื้อน้อยมาก ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด

เมื่อไตในร่างกายทำงานลดลง ต้องล้างไตทุกวัน เนื่องจากการล้างไตทางช่องท้องจะค่อยๆ กำจัดของเสีย จึงต้องอาศัยความถี่ในการกำจัดของเสีย

ควรสำรวจ: ข้อต่อสีเขียวว่าหักดีหรือไม่ / การเปิดวาล์วปิดสุดหรือไม่ / ลองเปลี่ยนท่าขณะใส่น้ำยา / ตรวจสอบอาการท้องผูก

สามารถทำได้และเหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความดันน้อยกว่า แต่ต้องตรวจสอบว่าผู้ป่วยมีข้อห้ามหรือไม่ เช่น ผนังหน้าท้องไม่เหมาะ หรือมีภาวะไส้เลื่อน

สามารถใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก ทางพยาบาลจะมีการสอนก่อนผู้ป่วยจะนำเครื่องกลับไปใช้ที่บ้าน

แหล่งอ้างอิง